เทคนิคการเก็บรวบรวมข้อมูลสำหรับโครงการ ตอนที่ 3

เทคนิคการเก็บรวบรวมข้อมูลสำหรับโครงการ
ตอนที่ 3 : ขั้นตอนในการเก็บรวบรวมข้อมูล

เมื่อกล่าวถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลสำหรับโครงการ สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือต้องเข้าใจก่อนว่าขั้นตอน หรือกระบวนการในการเก็บรวบรวมข้อมูลนั้นมีอยู่ทั้งหมดกี่ขั้นตอน เพราะส่วนใหญ่พอพูดถึงการเก็บรวบรวมข้อมูล คำพูดที่ตอบกลับมามักจะบอกว่า “มันมืดแปดด้าน” หรือไม่ก็ “ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนยังงัย” ดังนั้น เรามาเริ่มต้นด้วยกันดีกว่า

สำหรับขั้นตอนในการเก็บรวบรวมข้อมูลนั้นสามารถแบ่งขั้นตอนออกเป็น 3 ช่วงเวลาใหญ่ ๆ ได้แก่

  1. ช่วงของการกำหนดกรอบของการศึกษา ซึ่งในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่เจ้าของโครงการต้องมาทำความเข้าใจในตัวโครงการเพื่อให้เข้าใจถึงเป้าหมาย วัตถุประสงค์ของโครงการว่าต้องการที่จะศึกษาอะไร กำหนดกรอบของประชากรให้ชัดเจน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วหากมีความเข้าใจชัดแจ้งตั้งแต่การร่างโครงการและกำหนดแผนของโครงการแล้ว ขั้นนี้จะเป็นขั้นตอนที่ไม่ยากจนเกินไปนั้น
  2. ช่วงของการดำเนินการศึกษา/รวบรวม/วิเคราะห์ข้อมูล ขั้นตอนนี้ต้องอาศัยความรู้ทางเทคนิคมากพอความ และถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่จะส่งผลถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่รวบรวมมาได้ ซึ่งขั้นตอนนี้จะเริ่มต้นจากการออกแบบวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล การสร้างเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ตลอดไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูล
  3. ช่วงของการนำเสนอผลการศึกษา ขั้นนี้เป็นขั้นของการนำเสนอข้อมูลที่วิเคราะห์ได้ เพื่อนำเสนอสารสนเทศเพื่อช่วยในการตัดสินใจต่อการดำเนินโครงการว่าควรจะปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกโครงการ

Slide23

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในโครงการอาจมีเทคนิคเยอะแยะมากมาย หากยกเอาเทคนิคทั้งหมดทั้งมวลมาสาธยายในบทความนี้คงเลิกอ่านกันตั้งแต่เห็นความยาวของตัวหนังสือกันแล้ว เทคนิคที่นำเสนอในที่นี้จะเป็นเทคนิคที่เห็น หรือนำมาใช้กันบ่อย ๆ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องใช้สามารถนำไปใช้ได้หากมีความเข้าใจที่ชัดเจน

เทคนิคการเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. การศึกษาเอกสาร เป็นการศึกษา หรือเก็บรวบรวมข้อมูลจากข้อมูลทุติยภูมิ ที่มีผู้อื่นได้ทำการจดบันทึก หรือทำการศึกษาในเรื่องดังกล่าวไว้ก่อนหน้า โดยผู้ศึกษาจะทำการอ่านแล้วสรุป สังเคราะห์ข้อมูลจากสิ่งที่อ่าน
  2. การสังเกตพฤติกรรม เป็นเทคนิคการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ผู้ให้ข้อมูลอาจไม่จำเป้นต้องตอบคำถาม หรืออธิบายถึงที่มาของคำตอบ แตกผู้เก็บรวบรวมจะทำการเก็บรวบรวมจากวิธีการใช้ประสาทสัมผัส เช่น การใช้ประสาทตาให้การสังเกตพฤติกรรม ฟังการสนทนา ฯลฯ ซึ่งการเก็บข้อมูลเช่นนี้บางครั้งอาจใช้ควบคู่ไปกับการสัมภาษณ์ เพื่อได้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับอากัปกิริยาของผู้ให้ข้อมูลเพื่อประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย นอกจากนี้เทคนิคการสังเกตนี้มักจะถูกนำไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มที่ไม่สามารถตอบหรือเขียนคำตอบได้ แต่ข้อมูลที่ต้องการ จะต้องเป็นข้อมูลเชิงพฤติกรรมเท่านั้น
  3. การทำผังสังคมมิติ เป็นเทคนิคการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เหมาะสำหรับการศึกษาความสัมพันธ์หรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคม หรือชุมชน โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลจะใช้วิธีการถามคำถามง่าย ๆ กับกลุ่มผู้ให้ข้อมูล เช่น ถามคำถามว่าหากได้รางวัลไปท่องเที่ยวอาจจะไปกับใครในหมู่บ้านนี้ โดยสามารถเสนอชื่อได้ 3 คน ซึ่งทุกคนจะกรอรายชื่อคนที่ตนอยากให้เดินทางไปท่องเที่ยวด้วยกัน ซึ่งเมื่อนำมาวิเคราะหโดยการสร้างเส้นทางความสัมพันธ์ จะสามารถวิเคราะห์การรวมกลุ่มกันหรือความขัดแย้งกันในชุมชนอย่างเห็นได้ชัด
  4. การสัมภาษณ์เชิงลึก คือเทคนิคการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการใช้วิธีการถามคำถามแล้วให้ผู้ให้ข้อมูลเป็นผู้ตอบ ซึ่งข้อคำถามที่จะนำมาใช้สำหรับการสัมภาษณ์เชิงลึกจะเป็นข้อคำถามที่ต้องแสดงความคิดเห็น หรือการอธิบายข้อมูลออกมาในเชิงลึก หรือมีรายละเอียดปลีกย่อย ซึ่งผู้สัมภาษณ์อาจจะจดบันทึกไปพร้อม ๆ กับการสัมภาษณ์ หรือทำการขออนุญาตบันทึกข้อมูลเพื่อนำมาถอดเทปในภายหลัง เนื่องจากในบางครั้งการจดบันทึกขณะให้สัมภาษณ์นั้นอาจไม่สามารถจดบันทึกได้ละเอียดเพียงพอ
  5. การประชุมกลุ่มย่อย Focus Group เป็นอีกเทคนิคที่นิยมทำกัน วิธีดำเนินการจะเป็นการให้ผู้นำการประชุมเป็นผู้ตั้งคำถามให้กับกลุ่ม และพยายามที่จะดึงให้ผู้เข้าร่วมทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น หรือตอบข้อคำถาม แต่ผู้นำการประชุมจะต้องไม่เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น หรือแลกเปลี่ยนประเด็นในที่ประชุม และเป้าหมายของการทำ Focus Group จะเป็นการประชุมเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล หรือตอบคำถามเชิงลึกของการศึกษาตามความคิดเห็นของแต่ละคน โดยไม่มุ่งเน้นการถกประเด็นเพื่อหาข้อสรุป
  6. การประชุม Group Discussion เป็นการประชุมที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับการประชุมกลุ่ม Focus Group แต่ต่างกันที่ประเด็นข้อคำถามจะถูกเรียบเรียงเป็นลำดับ ขั้นตอน และเป็นคำถามเชิงวิเคราะห์ที่ต้องการให้ผู้ตอบมีการถกประเด็นเพื่อหาข้อสรุป โดยจะได้ข้อสรุปเป็นประเด็น ๆ ไป
  7. การประชุมกลุ่มระดมสมอง เป็นเทคนิคที่ใช้เพื่อการประชุมเพื่อให้ได้ข้อสรุปเพียงประเด็นเดียว โดยมีการตั้งหัวข้อการแสดงความคิดเห็นไว้ แล้วผู้นำการประชุมจะปล่อยให้ผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นของตนเองอย่างอิสระไม่มีการจะกัดประเด็นหรือขอบเขตการคิด เมื่อได้ข้อเสนอทั้งหมดจากที่ประชุมแล้ว ผู้นำประชุมจะนำให้ผู้เข้าร่วมประชุมทำการเรียบเรียงจัดหมวดหมู่ประเด็นต่าง ๆ ให้ค่าน้ำหนัก ความสำคัญต่าง ๆ และคัดเลือก หรือหาคำตอบที่ดีที่สุดของกลุ่มออกมา
  8. การสำรวจ/การทำสำมะโน คือ การสอบถามความคิดเห็นของผู้ให้ข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามเป้นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการทำสำมะโนนั้นเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจากประชากรทั้งหมด ในขณะที่การสำรวมเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างหรือตัวแทน
  9. การศึกษารายกรณี เป็นการศึกษาที่มีความคล้ายคลึงกับการสัมภาษณ์เชิงลึก แต่การศึกษารายกรณีมีจุดมุ่งหมายในการพิสูจน์สมมติฐานที่ผู้เก็บรวบรวมข้อมูลได้ตั้งสมมติฐานไว้ว่าเป็นจริงตามสมมติฐานนั้น ๆ หรือไม่

ต้องเข้าใจก่อนว่าเทคนิคต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลนั้น อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินใจว่าเทคนิคเหล่านั้นเป็นเทคนิคเชิงคุณภาพหรือเชิงปริมาณ แต่สิ่งที่อยากให้คำนึงถึงเป็นเรื่องของข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาได้จากเทคนิคต่าง ๆ เหล่านี้ต่างหาก ซึ่งหลักการพิจารณาก็สามารถคัดแยกได้ตามหลักการมาตราการวัดทางสถิติที่กล่าวไว้แล้ว ซึ่งก็คือ มาตรานามบัญญัติ มาตราจัดอันดับ มาตราอันตรภาคชั้น และมาตราอัตราส่วน

เมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้มาแล้วตามมาตราทางสถิติที่ได้จัดแบ่งไว้ การนำเสนอข้อมูลภายใต้แนวคิดของการนำเสนอข้อมูลการศึกษาที่แตกต่างกันรูปแบบการวิเคราะห์ก็จะแตกต่างกันไปด้วย เช่น การนำเสนอข้อมูลแบบการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ และการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบการศึกษาเชิงปริมาณ

การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ เป็นการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ภายใต้กรอบแนวคิดของการทำความเข้าใจในสถานการณ์ หรือปรากฏการณ์ในเชิงลึกโดยมุ่งเน้นการอธิบายปรากฏการณ์โดยอาศัยความลุ่มลึกของแนวคิดทฤษฎีต่าง ๆ ประกอบการพรรณนาโวหาร เพื่อใช้ประกอบการอธิบายเชิงเหตุเชิงผล

ในขณะที่การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ เป็นการนำเสนอผลการวิเคราะห์ภาพรวมจากผลการวิเคราะห์เชิงตัวเลข และใช้ข้อมูลดังกล่าวอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างความเข้าใจในภาพกว้าง โดยไม่เจาะลึกลงในประเด็นที่เฉพาะเจาะจงเหมือนกับการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ

จากความแตกต่างของลักษณะการวิเคราะห์และการนำเสนอทั้งสองรูปแบบดังกล่าวนี้เองการรายงานผลการวิเคราะห์ข้อมูลในโครงการต่าง ๆ ส่วนใหญ่จึงมักจะใช้การนำเสนอข้อมูลเชิงปริมาณเพื่อการอธิบายผลการศึกษาหรือผลการดำเนินงานโครงการในภาพรวม ภายใต้การอธิบายข้อมูลเชิงลึกเป็นรายประเด็กๆ จากการศึกษาเชิงคุณภาพ โดยจะเลือกประเด็นที่มีความโดดเด่น น่าสนใจ หรือประเด็นที่มีผลกระทบต่อโครงการจริง ๆ ซึ่งวิธีการดังกล่าวเรียกว่าเป็นการดำเนินการแบบผสมผสาน หรือที่เรียกว่า “รูปแบบการผสานวิธี”

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s