ภาพอนาคตของการพัฒนาและส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านพลังงาน

10986432_10205398778744823_8144558352397663482_nจากการที่ได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาและส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านพลังงาน ภายใต้โครงการส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาพลังงานตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยได้เข้าร่วมในฐานะของการเป็นวิทยากรในช่วงการกำหนดภาพอนาคตของการสร้างความตระหนักรู้ด้านพลังงาน เพื่อนำรวบรวมข้อมูลมาใช้ในการจัดทำร่างแผนพัฒนาและส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านพลังงานภายใต้โครงการส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาพลังงานตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะครูที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาพลังงานตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวน 30 เขตพื้นที่การศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 80 ท่าน จากทั่วประเทศ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

บทความนี้เป็นเพียงภาพร่างที่เกิดขึ้นจากการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการประชุมเชิงปฏิบัติการกับคณะครูเท่านั้น กระบวนการในการพัฒนาภาพอนาคตและการจัดทำแผนยังคงเหลืออีกหลายขั้นตอน เพราะต่อภาพภาพอนาคตที่ได้ร่างขึ้นในครั้งนี้จะต้องนำภาพและร่างแผนในครั้งนี้เข้าสู่ที่ประชุมผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อพิจารณาร่างภาพอนาคตและร่างแผนฯ เพื่อทำการปรับภาพอนาคตและแผนฯให้มีความชัดเจนถูกต้องมากขึ้น แต่อย่างไรก็ภาพ ภาพอนาคตดังกล่าวถือได้ว่าเป็นภาพที่เกิดจากความต้องการของคณะครูผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งนับว่าเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญต่อการวางภาพอนาคตและจัดทำแผนในการพัฒนาฯไม่น้อย

11013199_10205398775064731_3105609295445003166_nการกำหนดภาพอนาคต (Scenario)
ในการดำเนินการตามขั้นตอนการสร้างภาพอนาคต (Scenario) ได้มีการประชุมกลุ่มระดมสมองผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อกำหนดภาพอนาคตร่วมกัน โดยขั้นตอนแรกได้มีการให้ผู้เข้าร่วมโครงการกำหนดภาพ หรือสิ่งที่ตนเองอยากให้เกิดขึ้นในประเด็นด้านการตระหนักรู้ด้านพลังงานซึ่งผลการเสนอของกลุ่มผู้เข้าร่วมสามารถสรุปเป็น 3 ภาพอนาคตดังต่อไปนี้

ภาพที่ต้องการให้เกิดขึ้น (Expect to See)

  1. นักเรียน ครู ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และทันสมัยเกี่ยวกับพลังงาน (แหล่งพลังงาน การเกิดพลังงาน กระบวนการผลิต คุณค่าการนำไปใช้
  2. นักเรียน ครู ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาเกิดค่านิยมด้านการใช้พลังงานอย่างประหยัดและถูกต้องมีประสิทธิภาพ
  3. นักเรียนเกิดทักษะในการวางแผนการใช้พลังงานในชีวิตประจำวันให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด และใช้พลังงานได้คุ้มค่าที่สุด
  4. นักเรียน ครู ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้เท่าทันข่าวสาร ข้อมูลข่าวสารด้านพลังงานจากสื่อต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันอย่างถูกต้อง
  5. นักเรียนมีพฤติกรรมการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ (4R)
  6. นักเรียนตระหนักรู้คุณค่าด้านพลังงาน และสิ่งแวดล้อม
  7. นักเรียน ครู ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาเห็นความสำคัญของพลังงาน และสิ่งแวดล้อม
  8. กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงพลังงาน ร่วมมือกันกำหนดหลักสูตรใช้ในทุกระดับ
  9. นักเรียนมีความรู้และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
  10. นักเรียนมีพฤติกรรมในการแสดงออกเป็นลักษณะนิสัยในการอนุรักษ์พลังงานอย่างยั่งยืน ตลอดจนมีความตระหนักรู้ไม่มีความสะเพร่าในการอนุรักษ์พลังงาน เช่น มีการตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการปิดไฟ พัดลมหลังเลิกใช้งาน เป็นต้น
  11. ครูมีบทบาทในการเป็นผู้ชี้แนะแนวทางเพื่อให้นักเรียนเกิดความตระหนักรู้ในด้านพลังงาน
  12. โรงเรียนและชุมชนมีการดำเนินการหรือจัดกิจกรรมเพื่อการปลูกฝังจิตสำนึกด้านพลังงานแก่นักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล

ภาพที่อยากจะให้เกิด (Like to See)

  1. นักเรียน ครู และชุมชนมีการใช้บริการรถสาธารณะรถขนส่งมวลชนเพื่อประหยัดพลังงาน
  2. นักเรียน ครู และชุมชนมีพฤติกรรมการเลือกใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนอย่างเหมาะสม
  3. นักเรียนเป็นผู้นำการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าในครอบครัว มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ และเชื่อมโยงความรู้เกี่ยวกับพลังงานกับการดำรงชีวิตประจำวันได้
  4. นักเรียน ครู และชุมชนมีความรู้และเข้าใจในแหล่งพลังงานภายในชุมชนและสามารถเชื่อมโยงไปยังแหล่งพลังงานอื่น ๆ
  5. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้สนับสนุน ส่งเสริม ตลอดจนผลักดันให้เกิดกิจกรรมในการตระหนักรู้ด้านพลังงาน
  6. การจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นการโยงใย เชื่อมโยงองค์ความรู้ต่าง ๆ เข้าสู่การอนุรักษ์พลังงานว่าปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นจากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน

ภาพที่เกิดขึ้นได้ก็น่าจะดี (Love to See)

  1. ประเทศไทยมีการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน (ระดับชุมชน ท้องถิ่น)
  2. การสร้างสรรค์แนวทางในการใช้พลังงานทดแทนในอนาคต (เช่น การสร้างจักรยานไฟฟ้าจากพลังงานกล
  3. เกิดผู้นำการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าในชุมชน
  4. มีการแสวงหาพลังงานทดแทนเพื่อนำมาสู่การส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานทดแทนภายในชุมชน
  5. เกิดการปลูกฝังการใช้พลังงานโดยน้อมนำและเชื่อมโยงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเข้าหลอมรวมกับแนวคิดการตระหนักรู้ด้านพลังงาน เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานงานอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืน

ภาพอนาคตความตระหนักรู้ด้านพลังงาน
จากการจัดกิจกรรมระดมสมองเพื่อกำหนดภาพอนาคตความตระหนักรู้ด้านพลังงาน ภายใต้โครงการส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาพลังงานตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชน สามารถสรุปผลการสร้างภาพอนาคตได้ดังแผนภาพต่อไปนี้

ภาพอนาคตพลังงาน

จากภาพอนาคตที่ได้มีการประชุมระดมสมองและกำหนดภาพร่วมกัน แสดงให้เห็นการหลอมรวมแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับแนวคิดการจัดการศึกษาของบลูม (Bloom’s Taxonomy) โดยสามารถอธิบายภาพอนาคตการสร้างความตระหนักรู้ด้านพลังงานภายใต้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ดังต่อไปนี้

1. ภาพที่ต้องการให้เกิดขึ้น (Expect to See) ภาพที่ต้องการให้เกิดขึ้น (Expect to See) เป็นภาพอนาคตที่ทุกฝ่ายมุ่งหวังว่าจะต้องเกิดขึ้น หรือต้องสร้างให้เกิดขึ้นให้ได้ ซึ่งในภาพรวมคือ ทักษะพื้นฐานตามแนวคิดการจัดการศึกษาของบลูม อันได้แก่

  • ทักษะด้านความรู้ (Knowledge) เป็นพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นถึงการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพลังงานและการอนุรักษ์พลังงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านพลังงานของโลกและประเทศไทย ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิต ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการอนุรักษ์และประหยัดพลังงาน ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพลังงานทดแทน แหล่งพลังงานและพลังงานทดแทนที่สำคัญ ตลอดจนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านพลังงานที่ถูกต้องเพื่อการใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การเกิดจิตสำนึก (Attitude) เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกด้านจิตใจ ทัศนคติ ตลอดจนความตระหนักรู้ด้านพลังงาน โดยมีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงการให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างมีคุณค่า ให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงาน การรู้คุณค่าของพลังงานและสิ่งแวดล้อม และเปลี่ยนทัศนคติที่ว่าพลังงานไม่มีวันหมด ให้รับรู้ถึงคุณค่าของพลังงานและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากโลกนี้ไม่มีพลังงานเหลืออยู่
  • การปฎิบัติหรือการนำไปใช้ (Practice) เป็นพฤติกรรมการปฏิบัติ หรือพฤตกรรมที่มีการแสดงออกถึงการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการนำเอาความรู้ด้านพลังงานไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเอง และชุมชนที่อาศัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมด้านการประหยัดพลังงาน การคัดแยกขยะ การถ่ายทอดความรู้ไปสู่ชุมชน

2. ภาพที่อยากจะให้เกิด (Like to See) ภาพอนาคตที่อยากจะให้เกิด ซึ่งอาจเป็นการแสดงออกที่แสดงให้เห็นถึงการประยุกต์หรือหลอมรวมเอาแนวคิดปรัชญาเศรฐกิจพอเพียงเข้าสู่กระบวนการในการคิด การกระทำที่แสดงออกให้เห็นถึงความตระหนักรู้ด้านพลังงาน โดยเป็นพฤติกรรมที่แสดงออกให้เห็นถึงการผสมผสานแนวคิดการจัดการศึกษาของบลูม และแนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้าด้วยกันดังต่อไปนี้

  • การใช้พลังงานอย่างมีเหตุผล เป็นการหลอมรวมแนวคิดของการนำความรู้ที่ได้รับ หรือได้เรียนรู้ด้านพลังงานมาใช้หรือนำไปปฏิบัติโดยผู้เรียน และชุมชนความมีพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างมีเหตุผล หรือมีความเข้าใจในการเลือกใช้พลังงานอย่างถูกต้อง
  • การใช้พลังงานอย่างพอประมาณ ในการใช้พลังงานเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดนักเรียนและชุมชนความนำเอาพลังงานไปใช้ภายใต้จิตสำนึกที่ดี ซึ่งจะนำไปสู่การใช้พลังงานอย่างพอประมาณ เนื่องจากทุกคนมีจิตสำนึกในการรู้ใช้ รู้รักษ์พลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัด
  • การใช้พลังงานอย่างมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี การเลือกใช้พลังงาน หรือการตัดสินใจในการเลือกใช้ หรือการใช้พลังงาน หากนักเรียนและชุมชนมีการนำเอาความรู้ที่มีมาใช้ภายใต้จิตสำนึกการรู้รักษ์พลังงานจะเป็นการแสดงออกถึงการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว เนื่องจากการตัดสินในใจในการใช้พลังงานเกิดจากการใช้ความรู้คู่กับจิตสำนึกที่ดีด้านพลังงาน

3. ภาพที่เกิดขึ้นได้ก็น่าจะดี (Love to See) ภาพอนาคตที่เกิดขึ้นได้ก็น่าจะดี นั่นคือภาพของการตระหนักรู้ด้านพลังงานและการแสดงออกถึงพฤติกรรมการอนุรักษ์พลังงานที่เกิดความการทำเป็นลักษณะนิสัยประจำตัวของนักเรียนและชุมชน และความไม่ลังเลในการที่จะร่วมเข้าเป็นแกนนำในการร่วม แสดงออก หรือการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และเกิดประสิทธิภาพ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลจะเป็นสิ่งที่นำไปสู่ความยั่งยืน

เมื่อได้กำหนดภาพอนาคตเกี่ยวกับการสร้างความตระหนักรู้ด้านพลังงานภายใต้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันกำหนดบทบาทและการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ภายใต้กรอบภาพอนาคตที่ได้สร้างขึ้นแล้ว ตามรายละเอียดดังภาพ

ภาพอนาคตพลังงาน2

เป็นที่สังเกตได้ว่า ในการขับเคลื่อนกิจกรรมใด ๆ หากต้องการให้ประสบความสำเร็จได้ต้องสร้างให้เกิดการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน โดยเริ่มจากกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงพลังงานซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวนโยบายที่ชัดเจน พร้อมทั้งแสดงบทบาทในการกำกับดูแลนโยบายดังดล่าวให้เกิดการขับเคลื่อนไปในทิศทางที่กำหนดไว้ ภายใต้กรอบแนวคิดของภาพอนาคตที่ได้กำหนดไว้ ลำดับต่อมาจะเป็นกลุ่มผู้มีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนนโยบายตลอดจนผลักดัน ส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนกิจกรรมให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งได้แก่ สถาบันส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช) สังกัดกรุงเทพมหานคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เนื่องจากหน่วยงานเหล่านี้มีหน้าที่ในการจัดการศึกษาตลอดจนส่งเสริมการจัดการศึกษาที่มีความครอบคลุมในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา ชุมชน และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ถือว่าเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญในการสนับสนุนเพื่อให้เกิดภาพอนาคตตามที่กำหนดเอาไว้ และที่ขาดไมได้คือกลุ่มผู้ขับเคลื่อนหลัก อันได้แก่ นักเรียน ครู ผู้บริหาร และบุคลากรทางการศึกษา ที่จะต้องแสดงบทบาทที่สำคัญในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ให้เกิดขึ้นตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยมีศูนย์การในการจัดกิจกรรม หรือการเผยแพร่กิจกรรมเป็นบ้าน (ซึ่งมีผู้ปกครอง) วัด และโรงเรียน เป็นแกนกลางในการหมุนให้เกิดการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้แผนที่กำหนด การการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดทำให้สามารถร่างภาพอนาคตของการพัฒนาและส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านพลังงานได้ดังต่อไปนี้

มุ่งมั่นพัฒนาเยาวชนไทยให้เกิดความตระหนักรู้และเห็นความสำคัญของพลังงานในการดำรงชีวิต
และเป็นผู้นำในการเลือกใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงภายในปี พ.ศ.
2561

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s