การพัฒนาชุมชนในเขตพื้นที่โครงการหลวง สู่การเรียนรู้เพื่อการพึ่งพาตนเอง จากเวทีวิจัยสู่วิถีชุมชน

m1การพัฒนาโครงการหลวงนับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการในปี พ.ศ. 2512 จนถึงปัจจุบันได้มีความก้าวหน้าในวิทยาการต่างๆ มากมาย ตามแนวพระบรมราโชบายขององค์ผู้ก่อตั้งโครงการหลวง โดยเริ่มจากส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขาพออยู่พอกิน รู้จักช่วยเหลือพึ่งพาตนเอง และป้องกันดูแลรักษาป่าไม้ ทรัพยากรในเขตต้นน้ำลำธาร จากการนำพืชเมืองหนาวที่สำคัญทางเศรษฐกิจให้ปลูกแทนฝิ่น จัดที่ทำกินจัดการด้านการตลาด รวมทั้งการปรับปรุงคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม สร้างความมั่นคงในชีวิตของชาวไทยภูเขาเป็นที่ประจักษ์ชัดในปัจจุบัน

การพัฒนาจากนี้ไปจึงเข้าสู่สภาวะก้าวหน้าที่ชาวไทยภูเขาจะต้องยืนด้วยตนเอง สามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน นอกจากการปรับปรุงเพื่อความมั่นคงด้านอาชีพและความเป็นอยู่แล้วยังต้องมีภารกิจ ปกป้องให้พ้นจากสิ่งคุกคามจากภายนอกที่บั่นทอนความมั่นคงของตนเองและส่วนรวม โดยเฉพาะด้านยาเสพติด การบุกรุกทำลายป่าไม้ ต้นน้ำ ลำธาร ตลอดจนมลภาวะที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้จะเป็นไปได้ต่อเมื่อชาวไทยภูเขารู้จักการวางแผนพึ่งพาตนเองไปสู่อนาคตอันพึงปรารถนา แทนการอยู่อย่างยถากรรม และรอรับความช่วยเหลือจากภายนอกเพียงอย่างเดียว

m2เพื่อการดำรงอยู่ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนเพื่อสนองต่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2545) ในมาตราที่ 8 การจัดการศึกษาที่ได้กำหนดให้ยึดหลักการจัดการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับชุมชน พัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554) ได้กำหนดวิสัยทัศน์ประเทศไทย เพื่อมุ่งพัฒนาสู่ “สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน” โดยที่แนวทางการพัฒนานั้นได้ยึดแนวปฏิบัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่ไปกับการพัฒนาแบบบูรณาการเป็นองค์รวมที่ยึดคนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาอย่างจริงจัง เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้เกิดสมดุล เป็นธรรมและยั่งยืน (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2550)  จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ในการพัฒนา แสวงหารูปแบบ วิธีการที่เหมาะสมในการพัฒนาทักษะในการเรียนเรียนรู้เพื่อการพึ่งพาตนเองของชุมชนชาวไทยภูเขา ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง เพื่อให้ชุมชนชาวไทยภูเขาสามารถที่จะเรียนรู้ หรือแสวงหาวิธีการต่างๆ ในการศึกษาหาความรู้ หรือเรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตอยู่ด้วยการพึ่งพาตนเอง โดยเชื่อว่าน่าจะมีต้นแบบที่ชัดเจนในอันที่จะนำไปปฏิบัติในพื้นที่หรือประยุกต์ใช้ ให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด

จากแนวคิดดังกล่าว การพัฒนาต้นแบบการพัฒนาทักษะในการวางแผนพึ่งพาตนเองของชุมชนชาวไทยภูเขา ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงจึงเกิดขึ้น และได้ดำเนินการสืบเนื่องต่อกันมาจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2544-2546 ได้มีการพัฒนาต้นแบบ สร้างหลักสูตรฝึกอบรมตลอดจนคู่มือที่ใช้ในการอบรม โดยที่ผลการวิจัยดังกล่าว สามารถสร้างต้นแบบการพัฒนาทักษะการวางแผนพึ่งพาตนเองของชุมชนชาวไทยภูเขา ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ประกอบด้วย ขั้นฐานข้อมูลกลาง  ขั้นการวางแผน  ขั้นการจัดอบรม  ขั้นการติดตามประเมิน  และขั้นการพัฒนา โดยที่รูปแบบในการพัฒนาดังกล่าวมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ขั้นฐานข้อมูลกลาง (Information: I)

สำหรับการดำเนินการตามขั้นฐานข้อมูลกลางของกระบวนการพึ่งพาตนเอง (IPTED) นั้น ได้ดำเนินการหาข้อมูลในชุมชนจะดำเนินการจัดเวทีชาวบ้าน 3 ครั้ง

m4การจัดเวทีชาวบ้านครั้งที่ 1  เป็นการจัดเวทีชาวบ้านเพื่อกำหนดเป้าหมายความมุ่งหวังในอนาคตของชุมชน  และรวบรวมปัญหาทั้งหมด โดยใช้วิธีแบ่งกลุ่มและวาดฝันถึงสิ่งที่ชุมชนมีอยู่ในปัจจุบัน สิ่งที่ต้องการในอนาคต และปัญหาอุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถไปถึงสิ่งที่มุ่งหวังได้
โดยใช้วิธีการวาดภาพและให้เขียนสัญลักษณ์สิ่งที่ชุมชนมีอยู่ ลงในกระดาษ ผลจากการจัดเวทีชาวบ้านครั้งที่ 1 ทำให้ทราบถึงปัญหา และความมุ่งหวังของคนในชุมชน

การจัดเวทีชาวบ้านครั้งที่ 2 ในครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ ปัญหาจากการวาดฝันในการจัดเวทีชาวบ้านครั้งที่ 1 และหาสาเหตุที่เกิดขึ้น โดยได้จัดแบ่งข้อมูลที่ได้จากการวาดฝันออกเป็น 4 กลุ่มสนใจ คือ (1) กลุ่มอาชีพ (2) กลุ่มสิ่งแวดล้อม (3) กลุ่มสาธารณประโยชน์ (4) กลุ่มคุณภาพชีวิต หลังจากการวิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุเรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านจะดำเนินการจัดลำดับความสำคัญของปัญหาในแต่ละกลุ่มสนใจ โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อยแล้วเลือกปัญหาที่สำคัญ 3 อันดับแรก

หลังจากที่มีการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา ที่ประชุมเวทีชาวบ้านได้ดำเนินการสรรหาบุคคลที่เหมาะสม  มีความสนใจ  ในแต่ละกรอบ  เพื่อทำหน้าที่คณะผู้ก่อตั้งฐานข้อมูลกลางของชุมชนและร่วมเป็นกรรมการแผนชุมชน แต่งตั้งโดยผู้นำชุมชน และจัดทำเป็นประกาศของชุมชนแต่งตั้งผู้รับผิดชอบไปรวมกลุ่มทำแผน ตาม 4 กลุ่มสนใจ พร้อมทำหน้าที่หาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลกลางชุมชนตามกิจกรรม

m6การจัดเวทีชาวบ้านครั้งที่ 3 ในการจัดเวทีชาวบ้านในครั้งนี้เป็นการจัดให้ตัวแทนกลุ่มสนใจที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมเวทีชาวบ้านครั้งที่ 2 รายงานผลการหาฐานข้อมูลชุมชน โดยรายงานผลจำแนกตามกลุ่มสนใจ 

ขั้นการวางแผน (Planning: P)

สำหรับในขั้นการวางแผนนี้ ประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอนหลัก คือ ขั้นการวางแผน  (P1) ขั้นการดำเนินการตามแผน (P2) และผลการดำเนินการตามแผน (P3)  ตามรายละเอียดดังนี้

ขั้นการวางแผน (P1) เป็นการดำเนินการสรรหากรรมการแผนชุมชน เจ้าหน้าที่ส่งเสริมศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ได้ดำเนินการประสานงานกับชุมชน  เพื่อสรรหาบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญ  และมีลักษณะเป็นผู้นำทางความคิดสาขาต่าง ๆ รวมทั้งผู้แทนหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องและให้ความสนับสนุน ตลอดจนมีความใกล้ชิดกับชุมชน  เข้าร่วมเป็นกรรมการแผนชุมชน  (10-15 คน)  และมีคณะที่ปรึกษาตามความเหมาะสม  หลังจากสรรหากรรมการแผนชุมชนเรียบร้อยแล้ว จึงดำเนินการเสนอรายชื่อคณะกรรมการเพื่อจัดทำประกาศแต่งตั้ง  ตลอดจนกำหนดหน้าที่ในการกำกับงานจัดทำแผนชุมชน

ภายหลังจากที่มีการแต่งตั้งฯ ทางกรรมการแผนชุมชนได้จัดให้มีการประชุมกรรมการแผนชุมชน และได้มอบหมายให้หัวหน้ากลุ่มสนใจไปรวบรวมหาสมาชิกของกลุ่มสนใจโดยไม่จำกัดจำนวน   และให้ดำเนินการจัดทำแผน โดยเริ่มจากการรวบรวม   จุดอ่อน (ปัญหา)  จุดแข็ง  (ทรัพยากร) เมื่อได้ข้อมูลต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วทางกลุ่มสนใจจึงได้นำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการจัดทำแผนของหมู่บ้าน หรือชุมชนที่มีอยู่เดิม  ร่วมกับฐานข้อมูลกลางที่กลุ่มฐานข้อมูลได้ศึกษาไว้แล้ว

หลังจากแต่ละกลุ่มสนใจได้ดำเนินการจัดทำแผนของกลุ่มตนเองเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะมีการนำเสนอแผนชุมชน ต่อประชาคมหมู่บ้าน เพื่อขอความเห็นชอบแผนชุมชน  ก่อนที่จะนำสู่การปฏิบัติ

m7ขั้นการดำเนินการตามแผน (P2) เป็นขั้นตอนที่หัวหน้ากลุ่มสนใจและสมาชิกร่วมกันดำเนินการตามแผนชุมชนฯ ตามกลุ่มสนใจของตนเอง ซึ่งการดำเนินการตามแผนนี้หัวหน้ากลุ่มสนใจและสมาชิกภายในกลุ่มจะเป็นแกนนำในการดำเนินการตามแผน โดยที่สมาชิกจากกลุ่มอื่นๆ สามารถที่จะเข้าร่วมกิจกรรม หรือร่วมดำเนินการตามแผนได้เช่นกัน

ผลการดำเนินการตามแผน (P3) เป็นผลที่เกิดขึ้นตามการดำเนินการของแผนของชุมชน ซึ่งผลจากการดำเนินการตามแผนนี้เป็นผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการโดยตรงและรวมถึงผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินการตามแผน

ขั้นการจัดอบรม (Training: T)

สำหรับขั้นตอนการฝึกอบรมนี้ จะเป็นการดำเนินการในการให้ความรู้แก่ชาวบ้านในด้านต่าง ๆ โดยเริ่มมาจากการสำรวจความต้องการในการอบรมของชาวบ้าน รวมถึงกิจกรรมของแผนตามกลุ่มสนใจที่ชาวบ้านต้องการฝึกอบรม ซึ่งวิธีการที่ใช้จะมีการให้ความรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลายและมีความเหมาะสมกับกิจกรรมนั้นๆ เช่น การศึกษาดูงาน อภิปราย และฝึกปฏิบัติ โดยเลือกวิทยากรทั้งภายนอก และภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นการเรียนรู้จากแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลายและตามแผนเมื่อสิ้นการอบรมดูงานแล้วร่วมกันสรุปสิ่งที่จะต้องนำไปปฏิบัติต่อไปเพื่อการติดตามความก้าวหน้าหลังฝึกอบรม

m8ขั้นการติดตามประเมิน (Evaluation: E)

ขั้นตอนการดำเนินการติดตามและประเมิน คณะกรรมแผนชุมชนได้มอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบในการติดตามผลการดำเนินการและประเมิน โดยผู้ที่ได้รับมอบหมายจะมีหน้าที่ในการติดตามผลการดำเนินงานแล้วนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการแผนชุมชน เพื่อจะได้ติดตามให้ความช่วยเหลือสนับสนุน  แก้ปัญหาต่อไป

ขั้นการพัฒนา (Development: D)

การปรับปรุงแผนชุมชนทางคณะกรรมการแผนชุมชน ได้กำหนดให้มีการปรับปรุงแผนภายหลังจากที่มีการประเมินผลการดำเนินงาน และมีการพัฒนาแผนชุมชนควบคู่ไปกับการดำเนินงานไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อสิ้นสุดโครงการหรือสิ้นสุดระยะเวลาตามแผนประจำปีจะมีการประชุม สรุปและพัฒนาแผนอย่างเป็นรูปธรรมอีกครั้งหนึ่ง

m10

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s