การสร้างภาพอนาคตในการพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชน

การสร้างภาพอนาคตในการพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชน ได้เริ่มต้นจากการศึกษา วิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูลจากกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เอกสารวิชาการ งานวิจัย หนังสือ วารสาร เพื่อการศึกษา วิเคราะห์ รวบรวม ประมวลข้อมูล ในเบื้องต้นและทำการสรุปและจัดส่งให้ผู้เชี่ยวชาญและดำเนินการสัมภาษณ์เชิงลึก จัดประชุมภาพอนาคตในการพัฒนาการจัดการศึกษา ตลอดจนประเมินความเป็นไปได้ของภาพอนาคตที่เกิดขึ้น โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

สรุปขั้นตอนการดำเนินการสร้างภาพอนาคตในการพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชน

สำหรับการดำเนินการสร้างภาพอนาคตในการพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชน ภายใต้โครงการพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชนกลุ่มจังหวัดและจังหวัดแบบบูรณาการ คณะวิจัยได้ดำเนินการตามกรอบการวิจัยอนาคต (Future Research) โดยมีการดำเนินการดังต่อไปนี้

  1. ศึกษา วิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาและเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เอกสารทางวิชาการ งานวิจัย หนังสือ วารสารโดยทำการศึกษา วิเคราะห์ ในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา การสร้างโอกาสทางการศึกษา การปลูกฝังและเสริมสร้างคุณธรรม/จริยธรรม การผลิตและพัฒนากำลังคน การพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา การส่งเสริมเครือข่ายการพัฒนากับภาครัฐ/เอกชน/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการพัฒนาการศึกษาเอกชนและการพัฒนาการศึกษาในภาพรวมที่ผ่านมา
  2. เก็บรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับภาพอนาคตทางการศึกษา (Educational Futurism) ซึ่งเป็นการเก็บรวบรวมภาพอนาคตทางการศึกษาเบื้องต้น จากการสัมภาษณ์เชิงลึก (Indepth Interview) ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการศึกษา ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการศึกษา โดยการประยุกต์เทคนิควิธีจากเทคนิคอีเอฟอาร์ (Ethnographic Future Reseaech : EFR) ที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึก ในประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างภาพอนาคตที่คาดว่าจะเป็นไปได้ แล้วนำมาสร้างเป็นสถานการณ์การพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชน ซึ่งมีขั้นตอนในการดำเนินการดังต่อไปนี้
    • กำหนดผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการศึกษา ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการศึกษา โดยต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา หรือมีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการกำหนดนโยบายหลักของประเทศ ในการวิจัยในครั้งนี้ได้กลุ่มเป้าหมายด้วยวิธีการแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 5 ท่าน
    • นัดหมายและส่งจดหมายเรียนเชิญเป็นผู้เชี่ยวชาญในการให้ข้อมูล ตลอดจนเข้าพบเพื่ออธิบายวัตถุประสงค์และจุดมุ่งหมายของการเก็บรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้
    • จัดส่งข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาในประเทศที่ได้ดำเนินการสังเคราะห์แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญอ่านข้อมูลล่วงหน้า 1 อาทิตย์
    • ดำเนินการสัมภาษณ์เชิงลึก (In depth Interview) ตามกำหนดการที่นัดหมายไว้ล่วงหน้า
    • สรุปประเด็นที่ได้จากการสัมภาษณ์จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการศึกษา ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการศึกษา
  3. สังเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยเทคนิคอีเอฟอาร์ (EFR) มาสร้างเป็นภาพอนาคตที่คาดว่าจะเป็นไปได้ เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการศึกษา
  4. จัดประชุมกลุ่มย่อยผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการศึกษาเพื่อวิพากษ์และให้ข้อเสนอแนะในภาพรวมของการศึกษาไทยและการศึกษาเอกชน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการศึกษาที่เข้าร่วมประชุม ได้แก่ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน อดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อดีตผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการฝึกอบรมกระทรวงศึกษาธิการ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐและเอกชน
  5. ปรับปรุงภาพอนาคตการพัฒนาการจัดการศึกษา และจัดประชุมกลุ่มย่อยผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการศึกษาอีกครั้ง เพื่อปรับปรุงและยืนยันภาพอนาคตที่ได้จากการประชุมกลุ่มย่อย
  6. สังเคราะห์ภาพอนาคตที่ได้จากการประชุมกลุ่มย่อยเป็นสถานการณ์ย่อยแล้วจัดส่งให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการศึกษาเอกชนพิจารณาความเป็นไปได้ของสถานการณ์ย่อยในภาพอนาคต
  7. สรุปภาพอนาคตการพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชน

จากรายละเอียดของขั้นตอนการดำเนินงานการสร้างภาพอนาคตในการพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชนสามารถสรุปแผนภาพการดำเนินงานดังต่อไปนี้

scenarioOpec

ผลการสร้างภาพอนาคตในการพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชน

จากการสัมภาษณ์จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการศึกษา ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการศึกษา เพื่อนำผลจากการสัมภาษณ์มาสร้างภาพอนาคตในการพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชน ได้ดำเนินการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ภาพรวมของการมองอนาคตการจัดการศึกษาของไทย สามารถสรุปได้ว่าจากการที่ในปี พ.ศ. 2558 ที่จะถึงประเทศไทยจะเข้าสู่การรวมกลุ่มเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน ซึ่งประเทศไทนจะต้องมีการเตรียมความพร้อมในหลากหลายด้านทั้งโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่มีความเชื่อโยง การเตรียมความพร้อมของสถานประกอบการทุกภาคส่วนให้มีความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเตรียมกำลังคน การจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ

motจากการสัมภาษณ์ปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งทางกระทรวงคมนาคมเป็นแกนนำหลักในด้านการวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ เพื่อเตรียมการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน พบว่า ในช่วงระยะเวลาของแผนพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชน พ.ศ. 2557-2560 นี้ แนวโน้มการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจะเน้นไปที่การพัฒนาระบบรางเป็นหลัก เพื่อการเชื่อมต่อให้มีความทั่วถึง ครอบคลุมทั้งประเทศ อีกทั้งกรอบนโยบายจะมุ่งเน้นการพัฒนาระบบรางเพื่อการขนส่งสินค้าเป็นสำคัญ จากกรอบนโยบายดังกล่าว ประกอบกับการพิจารณาแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทางกระทรวงคมนาคมวางกรอบไว้ จะพบว่าการพัฒนาระบบรางที่จะครอบคลุมและทั่วถึงทั่วประเทศนั้นจะมีการเตรียมการในการวางจุดกระจายสินค้าที่สอดรับกับสินค้าหลักของในแต่ละพื้นที่

ส่วนผลกระทบของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ส่งผลต่อการศึกษาคงเป็นเรื่องของการเตรียมบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการระบบราง ซึ่งหากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางที่กระจายตามจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศ จะทำให้ประเทศมีความต้องการแรงงานทั้งแรงงานระดับปฏิบัติการ ตลอดจนผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องการระบบรางจะขาดแคลนและเป็นที่ต้องการอีกมาก อีกทั้งในประเทศไทยยังไม่มีการวางหลักสูตร หรือการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนออกมารองรับความต้องการกำลังคนในด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งสอดรับกับการมองภาพอนาคตทางด้านโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งระบบที่ต่อไปเมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจะมีความต้องการกำลังคนที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์เข้ามาดูแลจัดการเกี่ยวกับระบบการขนส่งสินค้าทั้งภายในและภายนอกประเทศ
CPเมื่อมองภาพอนาคตการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในมุมมองของผู้ประกอบการและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ พบว่า ผู้ประกอบการมีความเห็นว่าการจัดการศึกษาของไทยแม้ว่ามีปริมาณการผลิตกำลังคนออกมาอย่างพอเพียงความความต้องการของผู้ประกอบการ แต่สมรรถนะของผู้สำเร็จการศึกษาในระดับต่าง ๆ ยังไม่สอดรับกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม หรือผู้ประกอบการในภาคส่วนต่าง ๆ เป็นผลทำให้สถานประกอบการต่าง ๆ จำเป็นต้องพัฒนาระบบการฝึกอบรมในสถานประกอบการเอง เพื่อเสริมสมรรถนะที่จำเป็นและตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกอบรมผู้สำเร็จการศึกษาเหล่านี้ให้มีสรรมถนะตามที่สถานประกอบการต้องการ นอกจากนี้ยังต้องจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานเหล่านี้ในช่วงของการฝึกอบรม ในขณะที่พนักงานเหล่านี้ยังไม่สามารถประกอบการ หรือทำงานได้ตามความต้องการของหน่วยงาน ในมุมมองของผู้ประกอบการจึงเห็นว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความสูญเปล่าทางเศรษฐศาสตร์ และมีอัตราเสี่ยงสูงในการสูญเสียแรงงานภายหลังการฝึกอบรม เพราะมีการย้ายงานไปยังสถานประกอบการอื่นด้วย

aecดังนั้นในมุมมองของผู้ประกอบการจึงมองว่าจะเป็นการดีหากสถานศึกษาสามารถที่จะผลิตกำลังคน ที่มีสมรรถนะและมีความพร้อมในการทำงานทันทีที่สำเร็จการศึกษา รูปแบบการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาจึงควรจะเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยนจากรูปแบบของการเรียนเพียงแต่ภาคทฤษฎีให้กลายเป็นการเรียนในรูปแบบของสหกิจศึกษา หรือการเรียนรู้ภาคปฏิบัติให้มากขึ้น โดยการออกแบบการเรียนรู้ให้สอดรับกับรูปแบบการทำงานในสถานประกอบการต่าง ๆ หรืออาจมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือร่วมกับสถานประกอบการในการออกแบบหลักสูตร วางรูปแบบ และระบบการฝึกภาคปฏิบัติ ที่เน้นการปฏิบัติจริงในสถานประกอบการ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำเอาความรู้ใน

ภาคทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ในการฝึกปฏิบัติควบคู่กันไปในส่วนของการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ผู้ประกอบการมองว่าความสามารถของผู้ประกอบการไทยมีความสามารถในการก้าวกระโดดได้ไกลกว่าอาเซียน และควรมองให้กว้าง เพื่อเตรียมตัวในการก้าวเข้าสู่ตลาดที่ใหญ่กว่า กำลังซื้อมากกว่า เช่นประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ หรือแม้กระทั่งการมองไกลถึงการออกสู่ตลาดลาตินอเมริกา ซึ่งหากสถานประกอบการวางแผนการตลาดที่ก้าวไปไกล การจัดการศึกษาของไทยจึงความที่จะพัฒนา และเตรียมความพร้อมผู้สำเร็จการศึกษาให้มาความรู้ความสามารถในระดับที่เป็นสากล

จากมุมมองต่าง ๆ ดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการมองภาพอนาคตการพัฒนาการศึกษาเอกชนของไทยภายใต้กรอบ “การศึกษาเอกชนไทยต้องพัฒนาขีดความสามารถทางการศึกษาให้แข่งขันในภูมิภาคได้พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางทางการศึกษาในกลุ่มประเทศสมาชิก AEC และเตรียมความพร้อมต่อการก้าวเข้าสู่ความเป็นสากล”

ซึ่งเป็นที่มาของการวางกรอบการพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชนตามแผนภาพต่อไปนี้

scenario

ผลการประเมินความเป็นไปได้ของภาพอนาคตในการพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชน

จากภาพอนาคตที่ได้จากขั้นตอนการสร้างภาพอนาคตในการพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชน ไม่มีการพิจารณาความเป็นไปได้ของสถานการณ์ย่อยในภาพอนาคต โดยกำหนดให้มีการประเมินความเป็นไปได้ของสถานการณ์ย่อยจากการประเมินความเป็นไปได้แต่ละสถานการณ์ดังนี้

จากระดับความเป็นไปได้ของสถานการณ์ด้านบทบาทหน้าที่และภารกิจของการศึกษาเอกชนในภาพรวม ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาเอกชนเห็นว่าภาพอนาคตในด้านบทบาทหน้าที่และภารกิจของการศึกษาเอกชนมีความเป็นไปได้ในระดับมาก  ได้แก่ การวางบทบาทให้โรงเรียนจัดการศึกษาเป็นทางเลือกสำหรับผู้ปกครองและผู้เรียน การจัดการศึกษาตามจุดเน้นที่แตกต่างจากการศึกษาของภาครัฐหรือที่รัฐไม่สามารถจัดได้ และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาพื้นที่ และเศรษฐกิจสังคมของประเทศ และสร้างผลผลิตเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศ

ในขณะที่ด้านสถานการณ์ด้านการบริหารจัดการของการศึกษาเอกชนในภาพรวม ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาเอกชนเห็นว่าภาพอนาคตในด้านการบริหารจัดการของการศึกษาเอกชนมีความเป็นไปได้ในระดับมาก โดยประเด็นที่มีค่าระดับความเป็นไปได้มาก ได้แก่ การสร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาทั้งในและนานาชาติ การเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการบริหารการจัดการ ให้สามารถพึ่งตนเองได้ และการที่โรงเรียนมีแผนยุทธศาสตร์ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน ตามลำดับ

ส่วนสถานการณ์ด้านการจัดการเรียนการสอนของการศึกษาเอกชนในภาพรวม ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาเอกชนเห็นว่าภาพอนาคตในด้านการจัดการเรียนการสอนของการศึกษาเอกชนมีความเป็นไปได้ในระดับมาก โดยประเด็นที่มีค่าระดับความเป็นไปได้มาก ได้แก่ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศให้สามารถแข่งขันได้ ทั้งในประเทศและนานาชาติ การจัดหลักสูตรที่มีความหลากหลาย และยืดหยุ่นให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งจัดหลักสูตรที่มีความเฉพาะเจาะจงเพื่อสนองตอบความต้องการของผู้เรียน ชุมชน และสังคมทั้งในประเทศและอาเซียน และจัดการเรียนการสอนที่เน้นอัตลักษณ์ของโรงเรียนของพื้นที่และความเป็นไทย

ด้านการพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาของการศึกษาเอกชนในภาพรวม ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาเอกชนเห็นว่าภาพอนาคตในด้านการพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาของการศึกษาเอกชนมีความเป็นไปได้ในระดับมาก โดยประเด็นที่มีค่าระดับความเป็นไปได้มาก 3 อันดับแรก ได้แก่ การจัดให้มีการพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากร ทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง การจัดให้มีประเมินคุณลักษณะและสมรรถนะของผู้บริหาร ครู และบุคลากร ทางการศึกษาของโรงเรียน เป็นระยะๆ เพื่อนำผลไปเป็นข้อมูลในการพัฒนา และการกำหนดระบบการพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ให้เชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ตามลำดับ

และสถานการณ์ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเอกชนของการศึกษาเอกชนในภาพรวม พบว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาเอกชนเห็นว่าภาพอนาคตในด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเอกชนของการศึกษาเอกชนมีความเป็นไปได้ในระดับมาก โดยประเด็นที่มีค่าระดับความเป็นไปได้มาก ได้แก่ การปรับปรุง กฎระเบียบปฎิบัติให้โรงเรียนมีความคล่องตัวในการดำเนินงาน การพัฒนาระบบข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาเอกชนที่โรงเรียนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานได้ และจัดกลุ่มโรงเรียนเอกชนตามศักยภาพของโรงเรียนเพื่อเป็นข้อมูลในการส่งเสริม สนับสนุนและการพัฒนา ตามลำดับ

หมายเหตุ บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยใน โครงการพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชนกลุ่มจังหวัดและจังหวัดแบบบูรณาการ ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ซึ่งผู้เขียนเป็นหนึ่งในทีมวิจัยในโครงการนี้

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s